ประวัติผู้จัดการทีม

หลุยส์ เอ็นริเก้ (Luis enrique martinez Garcia) หนึ่งผู้จัดการทีมชื่อดังของวงการลูกหนัง ก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครรู้จักเขาดีอย่างแน่นอนเพราะกุนซือรายนี้อยู่คุมทีมเล็กๆในลีกเล็กเท่านั้น ก่อนที่บาร์เซโลน่าจะซื้อตัวมานั่งแท่น กุนซือรายนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในฤดูกาลที่ 2004/2005 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เอ็นริเก้เพิ่งแขวนสตั๊ดพอดี

ในอีดตเขาก็เป้นนักเตะคนหนึ่งก่อนอำลาสนามอยู่เบื้องหลังแทน เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีสไตล์การเล่นหายากและทุ่มเทมุ่งมั่นมีจิตใจที่แข็งแกร่งไม่ยอมแพ้จนได้รับดอกาสในการนำทีมสวมปลอกแขนเป็นกัปตันของทีมเลยทีเดียว ก่อนที่เขาจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดไป

สำหรับการเริ่มต้นในการค้าแข้งของเขากับสโมสรเล็กๆอย่างสปอร์ติ้ง เด กิฆอน ในเมืองกิฆอน บ้านเกิดของเขาเอง ก่อนที่จะก้าวเข้ามาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่และใช้เวลาสร้างชื่อเพียง 2 ปี เท่านั้นเขาก็กลายเป็นนักเตะโด่งดังในสเปนตอนนั้นตกเป็นเป้าหมายของทั้งสองสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ทั้งบาร์ซ่า และเรอัล มาดริด ซึ่งเอ็นริเก้เลือกที่จะปฏิเสธบาร์ซ่าและย้ายไปค้าแข้งให้กับมาดริดกว่า 150 นัดนานถึงห้าปีแต่นับว่าเป็นห้าปีที่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีผลักดันให้ชีวิตการค้าแข้งของเอ็นริเก้บินสูงขึ้น หลังจากห้าปีในฐานะตัวประกอบ เอ็นริเก้ หมดสัญญากับเรอัล มาดริด

จากการย้ายเข้ามาสู่บาร์เซโลน่าโดยตรงนั้นก่อให้เกิดเสียงด้านลบต่างๆมากมาย จากแฟนบอลทั้งสองฝั่งแต่เอ็นริเก้ก็ใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ตนเองจะเป็นที่ยอมรับของแฟนบอลบาร์ซ่า โดยเขาสามารถโชว์ความยอดเยี่ยม ฟอร์มการถล่มประตูที่คมกริบ ส่วนบาร์ซ่าในใจของเอ็นริเก้ก็ยิ่งใหญ่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เขาคือผู้ที่ปกป้องเกียรติยศของสโมสรได้อย่างไม่มีใครเทียมเท่า และแม้จะอำลาสโมสรไป บาร์ซ่าก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจของเขาเสมอ

เอ็นริเก้กลับรังบาร์ซ่าอีกครั้งกับบทบาทใหม่ในตำแหน่งกุนซือและถ้าหากจะพูดถึงโค้ช เราย่อมต้องพูดถึงแนวทางการคุมทีมของเขาอย่างแน่นอน เอ็นริเก้ไม่เคยอยู่ห่างไกลจากปรัชญาฟุตบอลในเกมรุกของบาร์ซ่า นับตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาคุมทีมบาร์ซ่าเบเมื่อปี 2008 เอ็นริเก้ทำทีมให้เลื่อนชั้นจากลีกระดับสามมาอยู่ระดับสอง หรือลีกา อเดลันเต้ได้ในปีแรกที่เขารับงานด้วยสไตล์การเล่นอันเป็นแบบฉบับของบาร์ซ่า ครั้งเมื่อจบปีที่สามกับทีม เอ็นริเก้อำลาตำแหน่งไปเพื่อไปรับงานที่เมืองหลวงของอิตาลี ซึ่งประธานของโรม่าในตอนนั้นฝันว่าอยากจะเห็นโรม่าของเขาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของฟุตบอลอิตาลีและสเปน และแม้ว่าเอ็นริเก้จะไม่ประสบความสำเร็จในฤดูกาลนั้น แต่ฟุตบอลของเขาก็ได้ยังประโยชน์ให้กับโรม่าไม่น้อย เราได้เห็นเด รอสซี่ ถอยลงไปอยู่ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางเพื่อให้เซ็นเตอร์สองตัวถ่างออกข้างและให้แบ็คดันขึ้นสูงเช่นเดียวกับที่บุสเกตส์ทำในยุคของเป๊ป หากแต่ว่าที่อิตาลี พื้นฐานฟุตบอลนั้นแตกต่างจากที่บาร์ซ่ามากเกินไปเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่แน่ว่าฟุตบอลในแบบฉบับของบาร์ซ่าภายในหัวของเอล ลูโช่อาจจะสำแดงเดชได้มากกว่าที่เห็นก็ได้ และสิ่งนั้นก็ไม่น่าจะไกลเกินจริงเลยเมื่อเอ็นริเก้ได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับเซลต้า บีโก้ เอ็นริเก้ได้ทำให้เซลต้ากลายเป็นทีมบุกที่น่าติดตามดูอย่างยิ่ง เกมรุกของเซลต้านั้นเพลินตาภายใตการนำทัพของอดีตนักเตะบาร์ซ่าหลายๆคน ทั้งราฟินญา ฟอนทาส และโนลิโต้ ผนวกเข้ากับแท็คติกใหม่ๆที่เพิ่มเติมขึ้นทำให้เซลต้า อยู่รอดปลอดภัยในลา ลีกาได้ ไม่ใช่แค่สบาย แต่อยู่รอดอย่างมีสไตล์     อีกด้วย และในเกมที่เอ็นริเก้เจอกับบาร์ซ่า สิ่งที่เขาต้องการจากลูกทีมของเขาก็ยังคงเป็นปรัชญาของบาร์ซ่าอยู่เช่นเดิม เอ็นริเก้ได้พูดไว้กับสื่อมวลชนว่า “ฟุตบอลอาจจะเอาชนะกันได้ในหลายๆรูปแบบ แต่ผมก็ยังต้องการให้เซลต้าได้ครองบอลมากกว่าบาร์ซ่า แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ยากมาก เราต้องเล่นให้ได้แบบไร้ที่ติ ต้องงัดฟอร์มที่ดีที่สุดของทีมออกมาเพื่อให้เป็นเช่นนั้น” ซึ่งนั่นเป็นเครื่องการันตีได้เลยว่าเอ็นริเก้นั้นยึดมั่นกับการเล่นในแบบของเรามากมมายเพียงใด

เอ็นริเก้ ผู้ซึ่งเคยถูกมองว่าควรจะมารับงานต่อจากติโต้ในปีก่อนโดยซูบิซาเรตต้า ก่อนที่เจตนานี้จะถูกเพิกเฉยและเปลี่ยนไปเป็นตาต้า มาร์ติโน่ ตามความต้องการของซานโดร โรเซลล์ อดีตประธานสโมสรนั้นคือคนที่ใช่สำหรับบาร์ซ่าในขณะนี้ บาร์ซ่าในตอนนี้เหมือนคนหลงทางที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครหรืออยู่ที่ไหน และทุกครั้งที่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับสโมสร ทางออกที่ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้เสมอก็คือกลับมาสู่ “บ้าน” ของตัวเอง นั่นคือกลับไปสู่แนวทางที่เป็น รากของสโมสร ด้วยคนที่เรียกสโมสรแห่งนี้ว่า “บ้าน” การแก้เกมด้วยสไตล์ที่เรียกเฉยจะถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนของกุนซือวัย 44 ปีรายนี้ ความไม่เข้าใจในแท็กติก ประสานงานกันไม่ได้จะถูกแก้โดยคนที่เคยเล่นให้กับบาร์ซ่าตั้งแต่กองหน้าถึงตำแหน่งฟูลแบ็ค คำแนะนำของเอ็นริเก้น่าจะสามารถรวบรวมทีมที่กระจัดกระจายนี้เข้าด้วยกันได้เพราะเขาคือผู้ที่รู้จักบาร์ซ่ามากกว่าใครทั้งสิ้น ทั้งในฐานะผู้ที่มองอยู่ภายนอกและในฐานะเป็นผู้มีประสบการณ์ตรงมากยิ่งกว่าใครแม้กระทั่งกับเป๊ป กวาดิโอลาร์ ด้วยต้นทุนที่เขาเป็นผู้เล่นระดับตำนานที่เคยร่วมงานกับชาบี้ ปูโยล และอิเนียสต้า และเป็นไอดอลในวัยเด็กของอิเนียสต้าด้วย นั่นทำให้เราเชื่อได้เลยว่าการ  เปลี่ยนผ่านไม้ครั้งนี้ ถ้าเกิดขึ้นจริง จะเป็นการผลัดเปลี่ยนไม้ที่นุ่มนวลมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์แน่นอน และเอ็นริเก้จะไม่มีปัญหาใดๆในการให้คำแนะนำแก่เมสซี่ อิเนียสต้า บุสเกตส์ และมอนโตย่าหรือปิเก้ไปพร้อมๆกัน เพราะเขาคือผู้ที่รู้จักทุกซอกทุกมุมของแบบแผนการเล่นของบาร์ซ่าผ่านประสบการณ์ตรง

 

Incoming search terms:

  • ผู้จัดการทีมบาซ่า
  • ประวัติ หลุยส์ เอ็นริเก้
  • กุนชือคนใหม่บาซ่า
  • โค้ดบาซ่า
  • โค้ชใหม่ บาซ่า
  • เคยต้า ที่เคยยุบาซ่า
  • หลุยส์ เอ็นริเก้
  • ลุยส์ เอนรีเก
  • ผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่าคนปัจจุบัน
  • ประวัติโคชทีมบราเซโลน่า